พึ่งตน พึ่งธรรม เป็นอย่างไร

อานนท์ ! เธอทั้งหลายจงเป็นผู้มีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะไม่ มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ , มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ อยู่เถิด.
อานนท์ ! อย่างไรเล่า เรียกว่าภิกษุผู้มีตนเป็นประทีป มีตนเป็น สรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ, มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะเป็นอยู่?
อานนท์ !ในกรณีนี้ ภิกษุเป็นผู้ ตามเห็นซึ่งกายในกายอยู่เป็นประจำ มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำออกเสียได้ซึ่งอภิชฌาและโทมนัสในโลก ;เป็นผู้ตามเห็นซึ่งเวทนาในเวทนาทั้งหลาย อยู่เป็นประจำ มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำออกเสียได้ซึ่งอภิชฌาและโทมนัสในโลก ; เป็นผู้ตามเห็นซึ่งจิตในจิต อยู่เป็นประจำ มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำออกเสียได้ซึ่ง อภิชฌาและโทมนัสในโลก ; เป็นผู้ตามเห็นซึ่งธรรมในธรรมทั้งหลาย อยู่เป็นประจำ มีความเพียรเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ นำออกเสียได้ซึ่งอภิชฌาและโทมนัสในโลก.
อานนท์ !อย่างนี้แล ภิกษุ ชื่อว่ามีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่ มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ , มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่ .
อานนท์ ! ในกาลนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแล้วแห่งเราก็ดี ใครก็ตามจัก เป็นผู้มีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ , มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่ ,คนเหล่านั้นจักเป็นภิกษุผู้อยู่ในสถานะอันเลิศที่สุด ; ได้แก่พวกที่มีความใคร่ในสิกขา. -มหา.ที ๑๐/๑๑๙/๙๓.



